ทำไม โอกาส ถึง ผลิก วิกฤติ

Last updated: Oct 2, 2017  |  680 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

ทำไม โอกาส ถึง ผลิก วิกฤติ

นั่งจิบกาแฟ ถ้วยเล็ก ๆ ตอนเข้า นึกขึ้นมาได้ว่า วิกฤติและโอกาส มันเท่ากันไหม หรือ ตรรกกะอะไร ที่ทำให้เราคิดว่า เมื่อเจอวิกฤติต้องพลิกให้เป็นโอกาส

เราสร้างโอกาสไว้มากมายแต่ทำไมไม่พ้นวิกฤติ แล้ว วิกฤติ คืออะไร โอกาส คือ อะไร มีคำจำกัดความสั้นๆ ว่า

วิกฤติ ความหมาย คือ อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย เช่น การเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ, มักใช้แก่เวลาหรือเหตุการณ์ เป็น วิกฤติกาล หรือ วิกฤติการณ์, อยู่ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ เช่น มุมวิกฤติ จุดวิกฤติ

โอกาส ความหมาย คือ ช่อง หนทาง เวลาที่เหมาะ จังหวะที่ดี

ผมดำเนินชีวิต ด้วยการสร้างโอกาสอยู่เสมอ ด้วยการลองผิดลองถูก ตำราเล่มไหน เขียนบอกแนวทางว่าดี ว่ารวย ผมก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเข้าไปเปิดดู แย้มดู (อาจจะซื้อไม่ซื้อบ้าง) เพราะว่าบางเล่มเราสนใจแค่ไม่กี่ประโยคโดนๆ 

Jack Ma
บอกกับตัวเองว่า คนเรานั้นเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตและหาประสบการณ์ชีวิต และเขาบอกตัวเองเสมอว่า คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน แต่เพื่อสนุกกับชีวิต และเราเกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า ไม่ได้เพื่อทำงาน หากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงาน คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน

ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมากเพียงใดก็ตาม คุณจะต้องจำไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต ถ้าคุณยุ่งแต่กับการทำงาน ในที่สุดคุณจะต้องเสียใจ 

Jack Ma บอกว่า
หางานที่ทำซัก 5 ปี แล้วมีเงินใช้ทั้งชีวิตให้เจอถ้ายังหาไม่เจอ หาต่อไปจนเจอ ถ้ายังไม่เจอ ถามคนที่หาเจอแล้ว 

เป็นอีกบทความนึงที่ผม ตั้งแต่แรก ก็ไม่ได้คิดไว้แบบนี้ ผมคิดว่า “ทำงาน เดี๋ยวก็มีเงิน” แม่ผมก็บอกไว้เช่นนั้น (ตอนนั้น ไม่ให้ผมเชื่อแม่จะให้ผมเชื่อใครล่ะ เพราะแม่คงจะไม่คิดโกหกผม) ทั้งชีวิตแกตรากตรำทำงาน แลกมาด้วยเม็ดเงินล้วนๆ อาจจะมีลุ้นหวยบ้าง (ตามกระแสนิยม หรือ ประชานิยม ก็ไม่รู้)

ก้าวแรกที่ผมจะเปลี่ยน คือ เปลี่ยนวิธีคิด (เป็นเบื้องต้น) แล้วผมค่อยมาหาวิธีว่าจะทำอย่างไร 

ผมฝืนทำตัวให้สนุกกับงาน (ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้จบอะไรที่เกี่ยวกันเลย) ฝืนแล้วผืนเหล่า จนเกิดความเคยชิน และมันก็มองเห็นปลายอุโมงค์ว่า นี่หรือ ที่เขาเรียกว่า พรแสวง คือ แสวงหาจากสิ่งที่ยังไม่รู้ ทำความรู้จักและทำตัวให้คุ้นเคยกับมัน ค้นหาหนทางและวิธี ในการปรับตัว

นักลงทุน มีประโยค พูดปลอบขวัญและกำลังใจไว้ดีมากๆ ในวิกฤตินั้นๆ ย่อมมีโอกาสเสมอ พูดกี่ทีก็รู้สึกดี ทั้ง ๆ ธุรกิจ ล้มทั้งยืน (เหตุผลเพราะว่า มันไม่มีอะไรจะลงต่ำกว่านี้แล้ว จะเรียกว่า เจ๊ง หรือ ล้มละลาย ก็ได้) ผมก็เชื่อว่า เมื่อเราถึงจุดนั้น โอกาส มาแน่นอน 

ธุรกิจ ก็เหมือนกัน มันจะ Cycle ของตัวมันเองอยู่ เริ่มต้น เติบโต รุ่งเรือง และ ก็ทดถอย เป็น อนิจจัง

ทำไม ผมจึงสร้างโอกาส มากกว่า วิกฤติ บางที โอกาส ก็ทำให้เราเจอวิกฤติ ไม่น้อย การสร้าง Business Model เป็นแค่เครื่องมือให้เราเดินทางช่องทางของโอกาส เท่านั้น ไม่ได้ การันตีว่า เราจะเดินถูกทาง 

พูดถึง เมื่อต้มยำกุ้ง ปี 40 ตำราเล่มไหนที่เขียนไว้ในประเทศนี้ เมืองนี้ ก็เอาไม่อยู่ เพราะไม่มีนักวิชาการ หรือ นักธุรกิจ คนไหน ออกมาบอกว่า เศรษฐกิจ เงินบาทลอยตัว จะส่งผลอะไร ได้แต่บอกว่า รัดเข็มขัด (เฉพาะที่ทำ ๆ อยู่ สายป่านธุรกิจ หรือ Cashflow จริง ๆ ยังไม่สามารถเดินได้) ภาวะนั้น ทำให้ SME แข้งขาของประเทศ พากันยุบ และ ปิดกิจการ ไปตาม ๆ กัน 

การฝื้นตัวของธุรกิจ SME จะต้องมามองหาโอกาส ช่องทาง หนทาง เวลาที่เหมาะสม กับ ธุรกิจกันใหม่ อยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นเสีย ทำไม เราไม่มอง โอกาสตั้งแต่บัดนี้ล่ะ ทำไม ต้องรอให้ต้มยำกุ้ง มาเยือนเรา (SME) อีกรอบ 
ผมคงจะไม่รอ รัฐ มาช่วยเยียวยาอะไร

แม่บอกเสมอว่า เมื่อสวมวิญญาณ อะไร ก็จงทำตรงนั้นให้ถึงที่สุด เช่น เมื่อเราลงนา เป็นชาวนา เราก็ต้องทำนาให้ได้ดีที่สุด เพื่อหวังผลผลิต เมื่อเสร็จจากงานนา เราก็เป็นเด็ก ลงก็ควรทำตัวให้เป็นเด็กดี เมื่อไปโรงเรียน เราก็สวมวิญญาณ นักเรียน ตักตวงความรู้ให้มากพอ

วันนี้ ด้วยวัย 40 ต้น ผมเข้าใจแล้วว่า เมื่อผมสวมหมวกวิศวะ ผมน่าจะทำตัวเหมือนวิศวะนะสิ (อย่างน้อยไม่ใช่ ก็ใกล้เคือง) ผมมาเรียนปริญญาชีวิต ด้วยวัยขนาดนี้ ผมยังคิดว่า เราอาจจะตาม Jack Ma ไม่ทันซะแล้ว แต่เราน่าจะเรียนรู้อีกอย่างจากเขา คือ วิธีคิด และวิธีทำ เพื่อนำมาปรับใช้ ให้เกิด โอกาส เพื่อ ผลิก วิกฤติ 

บทสรุป มันก็แค่ วิกฤติ
จงเรียนรู้จาก จุดต่ำสุด และ จุดสูงสุด

Next วาระถัดไป
ผมจะเล่าตอนต่อไป “เพื่อนยามยาก”