ทำไม คนคนนี้ ถึงได้มาเป็นแถวหน้า ตลก ของเมืองไทย เส้นทางเขามาอย่างไร

Last updated: Oct 2, 2017  |  1098 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog


หม่ำ เป็นอาหาร ภาคอิสาน มีทั้ง หม่ำหมู หม่ำเนื้อ 

ถ้าท่านเดินทางไปทางภาคอิสาน จะเห็นสองข้างทางขายตามจุดพักรถโดยสาร หรือ แหล่งขายของฝาก

วันนี้ ผมจะมาเล่าเรื่อง หม่ำ

ทำไม คนคนนี้ ถึงได้มาเป็นแถวหน้า ตลก ของเมืองไทย เส้นทางเขามาอย่างไร

หม่ำ จ๊กมก 
เป็นคน อำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือจังหวัดยโสธร) 

มีชื่อจริงว่า เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา 

ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16-17 ปี มาทำงานอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งของ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เป็นวงแรก 

โดยเริ่มทำงานในตำแหน่งคอนวอย (เด็กยกของ) ก่อนจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหางเครื่อง และตลกตามลำดับ 

หลังจากนั้น หม่ำ ได้ย้ายไปทำงานกับวงดนตรีลูกทุ่งหลายวง เช่น เกรียงไกร กรุงสยาม, โชคชัย โชคอนันต์, ศิรินทรา นิยากร และ สุพรรณ สันติชัย หลังจากนั้น หม่ำ จ๊กมก ตัดสินใจ รวมตัวกับเพื่อนศิลปินตลก ตั้งตลกคณะเก้ายอดขึ้น 

ก่อนที่ในที่สุด จะได้รับการชักชวนให้มาเล่นตลกในคณะ เทพ โพธิ์งาม ทำให้หม่ำแสดงตลกร่วมกับคณะเทพ โพธิ์งามมาตลอด โดยใช้ชื่อขณะนั้นว่า "หม่ำ สปาเก็ตตี้" ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อเป็น "หม่ำ จ๊กม๊ก" โดยรับหน้าที่เป็นตัวประกอบรับมุกในคณะของ เทพ โพธิ์งาม จนหม่ำเริ่มดังเป็นที่รู้จัก เทพ โพธิ์งาม เห็นหม่ำสามารถยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว 

จึงไล่ให้หม่ำออกจากคณะเทพ โพธิ์งาม เพื่อไปตั้งคณะตลกเอง โดยหม่ำได้ออกไปตั้งคณะให้ชื่อว่า คณะหม่ำ จ๊กมก โดยมีสมาชิกคนสำคัญ เช่น จาตุรงค์ มกจ๊ก, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2535 หม่ำ จ๊กมก ได้รับการชักชวนจาก ปัญญา นิรันดร์กุล ให้มาร่วมทำงานกับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ โดยได้มาทำหน้าที่เป็นตัวปริศนาในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ในช่วงชิงบ๊วย ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หม่ำ จ๊กมก ก็ทำงานร่วมกับเวิร์คพอยท์มาตลอดจนถึงปัจจุบัน ผลงานสำคัญของหม่ำ ในฐานะพิธีกรรายการเกมโชว์ต่าง ๆ ของเวิร์คพอยท์ เช่น เวทีทอง, ระเบิดเถิดเทิง เป็นต้น นอกจากนี้ เคยมีผลงานเพลงแนวลูกทุ่งหมอลำมาแล้วด้วยโดยเพลงดังคือเพลง เฮดจังได๋ เพ็ชรเพ็ชรเพ็ชรเพ็ชรเพ็ชรทายทายทายทายทายหำเพ็ชรทาย 

ปัจจุบัน หม่ำ จ๊กมก เป็นเจ้าของ บริษัท บั้งไฟ ฟิล์ม จำกัด ผลิตภาพยนตร์ ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่องบอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม และ แหยม ยโสธร ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท และเป็นเจ้าของ บริษัท บั้งไฟ สตูดิโอ จำกัด ผลิตรายการโทรทัศน์ ได้แก่ รายการบิ๊กหม่ำ และละคร แฟกทอรีที่รัก พร้อมกับยังรับงานแสดงอยู่ 

และทำธุรกิจร้านอาหาร คนลาบยโสธร ติดห้าง Central WestGate บางใหญ่ อีกด้วย

ด้านการศึกษา จบการศึกษาชั้นระดับ ม.6 กศน. พร้อมกับ ธีรเทพ วิโนทัย ที่เรียนสถาบันเดียวกัน และได้ปริญญาโท มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากคณะมนุษยศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง และขณะนี้กำลังศึกษาในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หม่ำ เป็นคนอิสาน ที่ไม่ลืมถิ่นฐานบ้านเกิด และ ถ่อมตัวอยู่ตลอดเวลา ใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้าน หาเก็บมากกว่าหาใช้ 

บุคคลตัวอย่าง คนนี้ นำเอาเรื่องราวแบบบ้านๆ ชนิดว่า (ถ้าให้คนวิจารณ์ทำหนัง ก็คิดว่า เจ๊งไม่เป็นท่าแต่แรก) เล่าเรื่องแบบบ้าน ๆ ใช้ภาษาท้องถิ่น แต่หนังกับมาฉายในเมืองกรุง 

คำถาม มันง่ายอย่างนั้นจริงหรือ ที่หม่ำเป็นแค่ตลก แล้วทำ ธุรกิจ ประสบความสำเร็จ

คำตอบ หม่ำ เป็นคนตั้งใจ มุมานะ และอดทน ถึงที่สุด ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านขบวนการคิด แล้วทำกับมันอย่างสม่ำเสมอด้วยใจรัก

ผมไม่ได้แปลกใจอะไร ถ้าแกจะทำธุรกิจใหม่ แล้วธุรกิจไปได้สวย (ถึงจะมีอุปสรรคบ้าง ก็คิดว่าเอาตัวรอดได้) เพราะหม่ำมีปฏิภาณไหวพริบดีมากๆ

ผมพยายามนำเสนอ และ พูดถึง ศิลปิน หรือ ผู้ที่ประสบผลสำเร็จ ที่เป็นคนไทยส่วนใหญ่ (เพราะว่ามันใกล้เคียงความจริง และน่าจะสัมผัสได้) ส่วนเรื่องวิธีคิด ผมก็จะหยิบยกของเมืองนอกบ้าง (อาจจะเป็นเพราะ เทคโนโลยี)

ธุรกิจ มันก็เช่นเดียวกัน มีเริ่มต้น เติบโต รุ่งเรือง และถดถอย (อย่ายึดติด) ทำในช่วงเวลาที่ดีที่สุด สนุกกับ Life Style เมื่อเริ่มถดถอย ก็ควรจะสิ่งใหม่มาทดแทน และทำให้เจริญเติบโตต่อไป

สรุป
"ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ" และ "การตัดสินใจของคุณนั้นก็สำคัญกว่าความสามารถ"